วิชาความรู้นั้นมีค่า สามารถทำให้เรามีกินและทำให้โลกน่าอยู่ การศึกษาไม่ใช่ของไร้ราคาแต่ก็ควรค่าแก่การเข้าถึงสำหรับทุกคนที่รักเรียนใฝ่เรียน คุณประโยชน์ที่เกิดจากการทำบล็อกนี้ขอยกให้เป็นความดีแก่บุพการี และผู้มีพระคุณ ครูบาอาจารย์ที่ได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ ทั้งที่ได้รับรู้ก็ดี ไม่ได้รับรู้ก็ดี และที่ล่วงลับไปแล้วก็ดี ขอให้ความสุขความเจริญมีแก่ท่านทุกคนที่ตั้งใจเรียนด้วยเถิด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วาดเส้น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วาดเส้น แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
เทคนิควาดเส้นโลหะ, วัตถุมันวาว
โครงการดีๆ ติวฟรีวาดเส้น #8 ของใกล้ตัวสุดเนี๊ยบ “ช้อน”
ช้อนกินข้าวธรรมดาๆ
สวัสดีค่ะ และแล้ววันนี้เราก็เดินทางมาถึงการวาดวัตถุมันวาวกัน. เนื่องจากช่วงนี้ผู้เขียนมีเวลาเขียนน้อยลง จึงจะขอย่อขนาดงาน และสรุปเฉพาะเทคนิคสั้นๆ แต่ยังคงคุณภาพงานที่ละเอียดไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ผู้ฝึกหัดเช่นเดิม. หากใครอยากดูขนาดงานเท่าจริงสามารถย้อนกลับไปดูในบทความที่แล้วได้ “วาดขวดน้ำขนาด A2” การวาดโลหะที่จริงแล้วง่ายกว่าวัตถุโปร่งใสในครั้งที่แล้ว มีขั้นตอนง่ายๆดังนี้
เส้นแกนของวัตถุ เอาไว้เล็งให้สิ่งของชิ้นนั้นมันสมมาตรกัน ไม่เบี้ยวซ้าย เบี้ยวขวา
ร่างภาพหยาบๆ โดยสังเกตแค่ขนาดสัดส่วน เส้นรอบนอก ยังไม่ต้องกังวลถึงความถูกต้องมากนัก
ลบเส้นร่างออก แล้วตัดเส้นใหม่ให้เรียบร้อย
ร่างเส้นแบ่งเขตน้ำหนักแสงเงา ในที่นี้เขียนล้อมเฉพาะ Highlight แสงสว่างสุดไว้ 1.ร่างภาพให้เรียบร้อยพร้อมเขียนเส้นเว้นช่องที่เป็นแสงสว่างสุดไว้
แรเงาน้ำหนักอ่อนสุดให้ทั่ว เว้นช่องแสงสว่างสุดไว้ 2.ระบายน้ำหนักอ่อนๆโดยเว้นแสงสว่างสุดไว้
ระบายสีเข้มในช่องที่เป็นน้ำหนักเข้มขึ้นมา 3.ระบายช่องที่เป็นน้ำหนักเข้ม
เกลี่ยน้ำหนักอ่อนกับเข้มให้เข้ากันบางจุด
นอกจากนี้ยังเพิ่มน้ำหนักเข้มสุดและตัดเส้นได้อีกด้วย ทำให้ภาพคมชัดมาก และได้น้ำหนักที่สมบูรณ์ 4.ไล่น้ำหนักให้กลมกลืนกันบางจุด และตัดเส้นสุดท้ายนี้อย่าลืมใส่รายละเอียด ลวดลายด้วย ใส่เงาตกทอดเสร็จ ภาพก็สมจริงขึ้นมาแล้ว
ภาพมุมกว้างเต็มกระดาษ A4 เป็นอย่างนี้ อันที่จริงการวาดภาพโลหะออกจะง่ายกว่าหุ่นที่มีเนื้อด้าน เนียน ด้วยซ้ำ เพราะมันสามารถลงเว้นเป็นช่องๆได้ เพราะแสงเงาของโลหะจะตัดกันคมชัด บางจังหวะจึงไม่จำเป็นต้องเกลี่ยเนียน สุดท้ายนี้ขอฝากวีดีโอสาธิตวาดเส้นช้อนโลหะไว้ให้ชมประกอบกันเพื่อความเข้าใจมากขึ้นค่ะ ขอบคุณที่รับชม แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ
สามารถติดตามอ่านบทความได้ที่เว็บไซต์บ้านโพรงไม้.com
ลิ้งเพื่ออ่านบทความนี้ในbaanprongmai.com
วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
สอนวาดเส้นขวดน้ำ
แบบฝึกหัดวันนี้เป็นขวดน้ำ สิ่งที่เราจะได้ฝึกคือวัตถุที่มีความโปร่งใส หากไม่เคยฝึกไว้บ้างถ้าออกข้อสอบจะเกร็งจนทำไม่ได้เหมือนกัน
หุ่นขวดน้ำที่่ใช้วาดจริง อันนี้เป็นหุ่นจริงที่ใช้สาธิตในการวาดครั้งนี้ จะเห็นได้ว่ามีรายละเอียดมากมายมหาศาล น้ำหนักคลุมเคลือ ไม่ชัดเจนสวยงาม แุถมมุมที่ได้ก็ย้อนแสงจนทำให้ภาพมืดไปหมด. (เวลาสอบจริงหวังว่าคงไม่มีใครโชคร้ายโดนมุมแบบนี้เยอะนัก ^^”) เอาเป็นว่าแบบมาไม่ค่อยสวยเลย… แต่จะทำไงได้ หน้าที่เราศิลปินก็ต้องวาดออกมาให้มันสวยขึ้นล่ะ
หุ่นขวดน้ำที่จัดแสงและตัดพื้นหลังรบกวนออก ภาพนี้เป็นภาพที่มีการปรับแสงไฟ เพิ่มแสงจากมุมซ้ายบน ด้านหน้าเข้าไปและตัดพื้นหลังออก, ขอใช้ประกอบการอธิบายคุณสมบัติของวัตถุโปร่งใส 1) คือเวลาวาดเราจะมองเห็นทะลุไปด้านหลัง เพราะฉะนั้นพื้นหลังจะปรากฏและมีผลกระทบต่อน้ำหนักของตัวภาพโดยตรง 2) โชว์ให้เห็นโครงสร้างของวัตถุเอง 3) พลาสติกมีความมันวาวเล็กน้อย มันจึงสะท้อนแสงสว่างสุด (Highlight) ออกมาในบริเวณที่เป็นส่วนโค้งนูน หรือเว้า ตามร่องหรือรอยต่างๆของตัวขวด รวมทั้งผิวและหยดน้ำที่เกาะบนขวดด้วย. 4) ความเข้มนอกจากจะเป็นไปตามพื้นหลังแล้ว ยังขึ้นอยู่กับ 4.1)ความหนาของพลาสติกก็คือจุดที่พลาสติกโค้งซ้อนกันจากมุมมองเรา เช่นบริเวณขอบขวด หรือแก้ว 4.2)น้ำหนักแสงเงาภาพรวม (ตามโมเดลน้ำหนักแสงเงาทรงกระบอก หากใครเคยเรียนผ่านมาบ้างแล้วจะจำได้) โดยสมมุติให้ขวดนี้ทึบแสงเป็นเหมือนปูนพลาสเตอร์สีขาวทั้งหมดดู ว่าจะมีแสงเงาอย่างไร. เทคนิค นอกจากหลักการสังเกตพื้นฐานที่กล่าวมานี้ ยังมีวิธีวาดวัตถุโปร่งใสง่ายๆด้วย คือให้เราลงน้ำหนักกลางออกเทาๆไว้ทั้งหมด แล้วเขียนแสงสว่างสุดขึ้นมาตามขอบของรูป ก็ช่วยให้งานดูโปร่งใสได้มากเช่นกัน. มาดูขั้นตอนการวาดกันเลยค่ะ
ขั้นตอนที่ 1 ขึ้นโครงภาพ โดยใช้เส้นแกนช่วยกะระยะให้สมดุลย์ซ้ายขวาเท่าๆกัน ช่วยให้ขวดไม่เบี้ยวได้
ขั้นตอนที่ 1 ร่างภาพ กะขนาดและสัดส่วนให้ดีๆ เขียนรายละเอียดลงไป
ขั้นตอนที่ 2 ตัดเส้น โดยเริ่มจากลบเส้นร่างออกให้สะอาดที่สุด แต่ยังพอมองเห็น แล้วค่อยตัดเส้นใหม่ลงไปให้เรียบร้อยที่สุด
ขั้นตอนที่ 3 แรเงาน้ำหนักภาพรวม แรเงาน้ำหนักภาพรวมลงไปตามโมเดลแสงเงาทรงกระบอก เพื่อเป็นเสมือนแผนที่นำทางให้เราขณะเก็บรายละเอียด
ขั้นตอนที่ 4 เก็บรายละเอียดแสงเงา เก็บรายละเอียดน้ำหนักแสงเงาตามที่ตาเห็น และคำนึงถึงโมเดลแสงเงาที่กำหนดไว้ พยายามใช้ปลายดินสอที่แหลมทำให้งานเรียบร้อยเสมอ
ขั้นตอนที่ 5 วาดลวดลายขวดน้ำ วาดลวดลายไปพร้อมๆกับเก็บรายละเอียดน้ำหนักแสงเงาเลยเพราะวันนี้ เราเจอกับหุ่นที่มีลวดลายสีอ่อนบนพื้นสีเข้ม มันเขียนทับขึ้นมาทีหลังไม่ได้ จึงต้องเว้นไว้ระหว่างทำ
ภาพวาดขวดน้ำ ขนาด A2 ภาพรวมผลงานวาดเส้นขวดน้ำ ขนาดกระดาษ A2 ความจริงทีแรกก็ลังเลอยู่ว่าจะวาดให้ขนาดเท่าจริงหรือใหญ่กว่าแบบดี แล้วคิดไปคิดมาแล้วถ้าเราวาดเท่าแบบจริงใส่กระดาษ A2 ก็จะเหลือพื้นที่ว่างมาก อาจจะดูเล็กไป (อีกอย่างเราตั้งกล้องไว้ห่างในระยะเห็นเต็มกระดานด้วย) เลยตัดสินใจวาดใหญ่กว่าแบบจริง ซึ่งมันก็ทำให้ได้ผลงานที่เหมาะสมและดูดีกับหน้ากระดาษ. แต่ข้อควรระวังคือ ถ้าโจทย์บอกให้วาดแบบสมจริง หากเราวาดขนาดเท่าขวดน้ำจริงๆ ก็จะทำให้ดูสมจริงมากกว่าด้วย. หากน้องๆอยากวาดสมจริงก็ให้เก็บน้ำหนักพื้นหลังมา ช่วยให้ขนาดงานเราไม่เล็กจนดูหลวมได้ค่ะ.
ภาพวาดขวดน้ำมุมขยาย และสุดท้ายนี้ขอฝากคลิปสาธิตวาดเส้นครั้งนี้ไว้ด้วยค่ะ.
สำหรับน้องๆที่เพิ่งฝึกวาดขวดใสเป็นครั้งแรกมันอาจจะยากมากๆ อาจลองเปลี่ยนมาวาดแก้วใส่น้ำ หรือลองขวดที่มีลวดลายน้อยหน่อย ทั้งนี้ จำเป็นต้องมีสมาธิในการวาดเป็นอย่างมาก วิเคราะห์น้ำหนักแสงเงาให้ออกแล้วค่อยๆสังเกตรายละเอียดดีๆ ใจเย็นๆค่อยๆวาดไปค่ะ วาดเสร็จแล้วยังไงเอามาโพสต์เพื่อขอคอมเม้นต์ได้ค่ะ ยินดีให้คำแนะนำ.
ติดตามอ่านบทความได้ที่เว็บไซต์บ้านโพรงไม้.com www.baanprongmai.com
อ่านบทความนี้ที่เว็บไซต์บ้านโพรงไม้.com
วันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
ตัวอย่างงานสอนวาดเส้น 8/5/2559
วาดเส้นให้เสร็จและสวย ต้องบริหารเวลาให้ดี.
อ่านบทความเพิ่ม
http://mangaholic-studio.com/?p=207
ป้ายกำกับ:
มัณฑนศิลป์,
เรขาคณิต,
วาด,
วาดรูป,
วาดเส้น,
สอนศิลปะ,
สอบวาดเส้น,
สอบศิลปะ
วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
ตัวอย่างงานสอนวาดเส้น 7/5/2559
ตัวอย่างงานสอนวาดเส้นวันนี้
ส่วนใหญ่ยังขาดน้ำหนักเข้มสุดไป.
อ่านเพิ่มที่สตูดิโอค่ะ
http://mangaholic-studio.com/?p=195
ป้ายกำกับ:
ติววาดเส้น,
ติวศิลปะ,
วาด,
วาดรูป,
วาดเส้น,
สอบวาดเส้น,
สอบศิลปะ
วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
งานเสร็จ งานไม่เสร็จ?


งานเสร็จ? งานไม่เสร็จ?
มันสำคัญมากที่เราจะต้องรู้ตัวว่างานที่เรากำลังวาดอยู่นี้ ต้องทำแค่ไหนจึงจะเสร็จ เราควรต้องมีภาพผลงานสำเร็จเป็นปลายทางอยู่ในหัวแล้ว ไม่เช่นนั้นเราก็จะเจอปัญหาว่าเราตั้งใจวาดเนี๊ยบมาก เรียบร้อยมาก แต่สุดท้ายทำไมได้คะแนนน้อยจัง หรือทำไมภาพมันออกมาจางๆดูเหมือนไม่ค่อยเสร็จ แล้วก็สวยสู้งานเพื่อนไม่ได้ เพราะฉะนั้นกฏข้อแรกของการทำงานคือ "มันต้องเสร็จ" โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาสอบ เพราะกรรมการจะไม่ตรวจงานที่ไม่เสร็จ นั่นคือเค้าดึงงานเราออกจากกองตั้งแต่การตรวจรอบแรกเลย.
มาเข้าใจวิธีการตรวจงานของกรรมการกัน ทีมกรรมการจะตรวจงานหลายรอบ โดยจะวางงานเรียงไว้บนพื้นที่กว้างๆ แล้วเดินดู รอบแรกดูจากระยะไกล
![]() |
| ภาพประกอบที่ ๑ - มุมมองภาพจากระยะไกล ภาพที่เห็นจะมีขนาดเล็กและยังมีรายละเอียดไม่ชัดนัก เหมือนภาพที่เรามอง tumbnailในจอคอมฯ |
สิ่งที่กรรมการสนใจพิจารณาได้จากในระยะนี้ชัดเจนที่สุดคือ "องค์ประกอบภาพ"และ"น้ำหนัก" โดยเฉพาะอย่างยิ่งความครบถ้วนของน้ำหนัก
![]() |
| ภาพประกอบที่ ๒ - ภาพที่ผ่านเข้ารอบสองเพราะมีน้ำหนักครบถ้วนเมื่อมองจากระยะไกล. |
ระยะถัดมา จะเดินใกล้เข้ามาอีก ก็จะมองเห็น "โครงสร้างสัดส่วน","แสงเงา" ว่ามีความสมจริงแค่ไหน และระยะสุดท้าย จะเดินใกล้ เป็นระยะที่สังเกตุเห็นรายละเอียดและความเรียบร้อยของงาน
![]() |
| ภาพประกอบที่ ๓ - แสดงผลงานที่เหลืออยู่ในรอบสุดท้าย |
![]() |
| ตัวอย่างภาพที่มีรายละเอียดหยาบๆ ซึ่งอาจจะถูกคัดออกในรอบสุดท้ายถ้าหากในปีนั้นๆมีการแข่งขันสูง |
![]() |
| ตัวอย่างภาพที่มีรายละเอียดเรียบร้อยชัดเจน ที่มีโอกาสผ่านเกณฑ์การสอบเข้ามากกว่า. |
สรุป งานที่ดูเสร็จคืองานที่มี "น้ำหนัก" ครบถ้วน, ส่วนงานที่จะผ่านถึงรอบสุดท้ายคืองานที่"เสร็จ"เรียบร้อยและ"สมบูรณ์"ที่สุดในทุกรายละเอียด.
วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2559
ทำไมต้องฝึกวาดเส้น?
ความสำคัญของการวาดเส้น
ทำไมต้องฝึกวาดเส้น?
![]() |
| ภาพประกอบที่ ๑ - บรรยากาศการฝึกวาดเส้นของนักเรียนที่มังงะโฮลิค อาร์ต สตูดิโอ. |
หลายคนคงจะสงสัยว่าไอการ "วาดเส้น" เนี่ย มันสำคัญขนาดนั้นเลยหรอ? ทำไมทุกมหาวิทยาลัยที่เรียนเกี่ยวกับศิลปะและการออกแบบ จะต้องบังคับให้สอบผ่านวิชาวาดเส้นก่อน ถึงจะเข้าไปเรียนได้
ขอตอบตรงนี้เลยว่า "สำคัญมาก" เพราะผลงานวาดเส้นจะเป็นตัวชี้วัดทักษะที่สำคัญในการสร้างสรรค์ผลงาน และการออกแบบทางด้านทัศนศิลป์ (ศิลปะที่ใช้ตามองเห็น) เกือบทุกประเภท เพราะฉะนั้น หากมหาวิทยาลัยรับนักเรียนที่ไม่มีทักษะตรงนี้มากพอเข้าไปเรียน ผู้เรียนก็อาจจะเรียนไม่ไหว สร้างสรรค์ผลงาน หรือ ออกแบบผลงานได้ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร.
![]() |
| ภาพประกอบที่ ๒ - ส่วนหนึ่งของบรรยากาศแสดงงานศิลปนิพนธ์ ซึ่งกว่าจะมากันถึงจุดนี้ได้ก็ต้องผ่านการเคี่ยวกรำอย่างหนักจากอาจารย์มหาวิทยาลัยหลายๆท่านมาแล้ว ก่อนที่จะถูกส่งไปทำงานศิลปะรับใช้สังคมกันต่อไป. |
ด้วยเหตุผลเท่าที่กล่าวมา ก็เพียงพอที่จะทำให้น้องๆที่สนใจอยากทำงานทางด้านศิลปะและการออกแบบต้องตั้งอกตั้งใจฝึกวาดเส้นกันแล้ว
แต่สำหรับคนทั่วไปที่สนใจศิลปะและการออกแบบ อาจไม่ได้ต้องการเรียนต่อหรือนำไปสอบเข้าล่ะ คงสงสัยว่าเอ... แล้ววาดเส้นสำคัญกับเรายังไงล่ะ
ขอตอบว่า "วาดเส้น" สำคัญค่ะ ด้วยเหตุผลเดียวกัน ไม่ว่าคุณจะเรียนต่อหรือไม่เรียนต่อ แต่ถ้าจุดมุ่งหมายคือคุณต้องการสร้างสรรค์ผลงานที่ใช้ตามองเห็นได้ วาดเส้นก็ยังสำคัญต่อคุณอยู่ดี เพราะวาดเส้นก็คือ "การฝึกสังเกตุ"
ใช่ค่ะ จุดประสงค์หลักของการวาดเส้นคือการฝึกการสังเกตุ "ฝึกมอง" ให้เห็นความจริงที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งสิ่งนี้สำคัญมากเพราะเราจะรับรู้ภาพต่างๆเข้าไปในสมอง จดจำ ทำความเข้าใจ และ"ถ่ายทอด" กลับออกมาใหม่ด้วยวิธีการต่างๆ
ในวิชาวาดเส้นนี้ เราก็จะถ่ายทอดสิ่งที่เรามองเห็นออกมาด้วย"เส้น"ของดินสอค่ะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญรองลงมาจากการมอง ก็คือ"การควบคุมเส้น"ให้ได้ดั่งใจ
วิธีการฝึกที่เป็นพื้นฐานเริ่มแรก ที่ง่ายที่สุดก็คือการวาดตามจากสิ่งที่ตาเห็น ดังนั้นในการฝึกเราก็จะมองดูแบบและวาดตาม ฟังดูไม่ยากเลยค่ะ ซึ่งสำหรับบางคนก็ไม่ยากจริงๆ แต่สำหรับบางท่านก็ลำบากเหลือเกินเหมือนกัน (ฮ่าๆ) แต่ก็ฝึกได้ค่ะ ฝึกได้.
![]() |
| ภาพประกอบที่ ๔ - วาดเส้นคือ "การฝึกสังเกตุ" ซึ่งเป็นพื้นฐานของการสร้างสรรค์งานศิลปะที่ใช้สายตามองเห็นได้ทุกแขนง |
ดังนั้นเมื่อฝึกวาดเส้นเสร็จ เราก็จะได้ "ภาพเหมือน"ออกมา จึงไม่แปลกค่ะ ที่การวาดเส้นจะถูกเข้าใจว่าเป็นการ"วาดภาพเหมือน" ซึ่งมันคือผลลัพธ์ของการวาดเส้น แต่ความจริงแล้ววาดเส้นคือ "การฝึกสังเกตุ" นะคะ ขอย้ำ. มันทำให้ทักษะของเราเพิ่มพูนขึ้น เพื่อที่จะเอาไปใช้สร้างสรรค์งานต่อไปค่ะ
ป้ายกำกับ:
ติว,
ติววาดเส้น,
ติวศิลปะ,
มัณฑนศิลป์,
วาด,
วาดรูป,
วาดเส้น
วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
Free Art Tutor - การร่างภาพทรงกรวยซับซ้อน
ร่างภาพ "ทรงกรวยซับซ้อน"
วันนี้นำเสนอวิธีประยุกต์การร่างภาพทรงกรวยธรรมดา ให้นำมาใช้วาดสิ่งของที่มีโครงสร้างเป็นทรงกรวยได้ค่ะ พอดีหยิบได้ของใกล้ตัวเป็นที่ใช้กรวดน้ำเวลาทำบุญร้านมา ก็ขอใช้เป็นอันนี้ละกันค่ะ ^^" รูปทรงของเค้าจะเป็นสถาปัตยกรรมไทยค่ะ ส่วนใหญ่จะมียอดแหลมๆ แบบขึ้นเส้นหย่อนเป็นร่างแหนิดนึงค่ะ
ก่อนอื่นให้เราสังเกตุภาพรวมของแบบค่ะว่าเราสามารถจะนำรูปทรงเรขาคณิตง่ายๆ รูปอะไร ไปใช้ประกอบได้บ้าง
ภาพประกอบที่ 1 : เส้นโครงร่างของวัตถุค่ะ
ความจริงวิธีการตรงนี้ไม่ตายตัวค่ะ โดยส่วนตัวจะชอบกะระยะจากขนาดความสูงของวัตถุก่อน โดยเราจะทำดังนี้
- ดูที่จุดสูงสุดของวัตถุแล้วขีดเส้นกะระยะไว้
- ดูที่จุดต่ำสุดของวัตถุแล้วขีดเส้นกะระยะไว้
- โดยเว้นให้ห่างจากขอบกระดาษพองาม
- กะระยะความกว้างของหุ่น โดยขีดเส้นที่จุดซ้ายสุดกับขวาสุดไว้
- ใช้วงกลมแทนตัววัตถุ และวาดคอสอบขึ้นมา จากนั้นวาดฝาด้านบนเป็นสามเหลี่ยม รูปร่างของทรงกรวยโดยประมาณค่ะ
- เช็คความกลมของฐาน ปาก และฝาต่างๆที่เป็นรูปทรงกระบอก
- จากนั้นก็ตัดเส้นเก็บรายละเอียด ก็เป็นอันเสร็จค่ะ
ภาพประกอบที่ 2 : ภาพร่างที่เสร็จสมบูรณ์พร้อมลงน้ำหนักต่อไปค่ะ
ขอบคุณที่รับชมค่ะ แล้วพบกันอีกครั้งวันลงน้ำหนักแสงเงาเสร็จค่ะ
เชิญแวะชมสตูดิโอกันได้ค่ะ ที่ facebook page : Manga Holic Art Studio
เปิดสอนวาดเส้นและองค์ประกอบศิลป์ทุกเย็นวันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 16.00 น. ถึง 18.00 น. ค่ะ
ตำแหน่ง:
แขวง คันนายาว แขวง คันนายาว
วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
วาดเส้นวงกลม สำหรับผู้ยังไม่เคยฝึกวาดรูปเลย
เหลืออีก 13 วันก่อนสอบ ยังไม่มีเวลาลงอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจกว่านี้เลย วันนี้ลองทบทวนพื้นฐานแน่นๆกันก่อน สำหรับใครที่ยังไม่เคยวาดรูป กำลังเครียดอยู่ วาดไม่เป็นแต่ใกล้สอบแล้ว ลอง Reproduct (ลอกภาพเพื่อศึกษาลายเส้นของศิลปิน) กันดู อาจพอมีลุ้นและได้กำลังใจบ้าง
ตามอ่านบทความการวาดเส้นวงกลมอย่างละเอียดได้ที่
ค่ะ
หากสนใจนำภาพหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของบทความไปใช้ กรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาบทความจาก Manga Holic Art Studio และแปะ link : facebook.com/mangaholic.artstudio ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
วิธีการวาดผ้า
ต่อเนื่องจากบทความก่อนหน้านี้ นับถอยหลัง15 วัน อันนี้วาดก่อนสอบ 14 วัน
ได้แสดงภาพและขั้นตอนการวาดอย่างละเอียดไว้ในอัลบัม ติวฟรีวาดเส้น ของ Manga Holic Art Studio ค่ะ
ตามลิงค์ที่อยู่ด้านบนนี้ค่ะ
ปล. หากนำภาพไปใช้ต่อกรุณาอ้างอิงภาพ โดย Manga Holic Art Studio และวางลิงค์
ให้ด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
ป้ายกำกับ:
ติววาดเส้น,
ติวศิลปะ,
วาดผ้า,
วาดเส้น,
ศิลปะ
ตำแหน่ง:
แขวง คันนายาว แขวง คันนายาว
วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
นับถอยหลัง 15 วัน ก่อนสอบ
ใกล้วันสอบ "วาดเส้นมัณฑนศิลป์" เข้ามาแล้วสินะ รู้สึกจะเป็นวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2557 นี้ เกือบจะส่งท้ายปีเก่ากันเลยทีเดียว น้องๆที่ตั้งใจสอบเข้าคณะเราเลยมีเวลาฝึกมือกันมากขึ้น นับว่าเป็นข่าวดีทีเดียว ที่ปีนี้คณะพวกเราจะมีน้องๆฝีมือฉกาจเข้ามาอีกมากมาย >.< อันที่จริงเดี๋ยวนี้พวกเราก็วาดรูปสวย วาดรูปเก่งกันไวเหลือเกิน เพราะ มียูทูปมีอินเตอร์เนต เราก็ฝึกกันได้ง่ายขึ้นเนอะ
อันนี้ลงน้ำหนักแสง อ่อนสุด โดยเว้นขาวของพื้นกระดาษไว้ คือเราลงรวมๆทั้งหมดเลย วิธีนี้จะทำให้ได้ภาพรวม กำหนดทิศทางแสงเงาโดยรวมได้
แต่หลายคนก็เลือกจะไปติวกัน ก็ดี แต่เราต้องไม่ลืมนะว่าสิ่งที่ทำให้สอบติดได้คือชั่วโมงการฝึกการทำงานของเรานี่แหละ ไม่ได้มีอะเลยพิเศษเลยข้อสอบวาดเส้นเนี่ย อย่าคิดว่าเราเสียตังไปติวแล้ว เรารู้แนวข้อสอบ เราต้องทำได้นะ ต้องตั้งใจและมีสมาธิกับการฝึกวาดทุกครั้งแล้วนะตอนนี้ เฮ้อ~ บ่นมาก็มาก วันนี้เรามีเทคนิคอะไรมาแนะนำอีกดี
ก็พื้นฐานเลย คือต้องเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เพราะเวลาทุกวินาทีมีค่ามาก จริงๆนะ งานวาดเส้นมัณฑนศิลป์ต้องการความเนี๊ยบมาก เราเลยต้องเหลาดินสอรอไว้หลายๆแท่ง เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปเหลาดินสอในห้องสอบกัน ทีนี้เราก็ต้องฝึกให้เป็นนิสัยเลย วาดรูปเสร็จก็เหลาดินสอเก็บไว้ เพราะมันก็ใช้เวลานานพอสมควรอยู่เหมือนกัน
ตรวจเช็คอุปกรณ์ให้พร้อม ก่อนวาดรูปเสมอ ก็พอประมาณตามรูป ส่วนใครจะพกแปรงปัดอันใหญ่ๆไว้ปัดไส้ดินสอ ขี้ยางลบด้วยก็ดี รวมทั้งกระดาษรองมือเวลาใช้เก็บรายละเอียดงานด้วยนะ
วันนี้เราจะลองร่างผ้ากัน ถึงจะมีเวลาน้อย แต่ลองดูก็น่าจะได้ประโยชน์นะ
วิธีการแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน แต่เราใช้วิธีขึ้นเส้นรอบรูปก่อน คร่าวๆ ใช้กะพื้นที่ ขนาดของหุ่นให้พอดีกับหน้ากระดาษและรูปร่างคร่าวๆของหุ่น
เสร็จแล้วก็แบ่งพับผ้าแต่ละพับ โดยเริ่มจากม้วนหรือพับที่ใหญ่ที่สุดก่อน แล้วค่อยเก็บรายละเอียดรอยยับที่เล็กลง แต่ยังคงใช้เส้นที่ไม่ละเอียดมากนัก
คราวนี้เราต้องตั้งสมาธิเก็บทุกเส้นที่เห็น ให้เนียนให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ มีลบเส่นร่างบางเส้นที่ชัดเกินไปหรืออาจทำให้สับสนออกบ้าง ในขั้นตอนนี้บางคนอาจจะละเลยที่จะร่างรายละเอียด แบ่งแสงเงาบางส่วนที่มีคลุมเคลือ มีรายละเอียดมาก หรือดูยาก แต่ความจริงเราควรลงรายละเอียดให้ได้มากๆ ไม่ควรข้ามไปโดยคิดว่า มันยากเกิน หรือไม่จำเป็น เพราะเมื่อเราไปลงแสงเงาทีหลังโดยไม่ร่างรายละเอียดไว้ เราจะต้องมานั่งเดา นั่งคิดคิดตอนลงเงา ทำให้ชักช้า และได้งานที่ไมีเรียบร้อยได้ ในขั้นตอนนี้ขอให้อดทนหน่อย และใช้สมาธิมากๆ
เริ่มเพิ่มน้ำหนักของเงาขึ้นมา แต่ยังคงเป็นภาพรวมอยู่ สังเกตว่าเราจะค่อยๆย้อมขึ้นมาทีละชั้นไม่มีน้ำหนักโดดเด้ง ดำแหลมขึ้นมาที่จุดใดจุดหนึ่ง วิธีนี้ปลอดภัยกับงาน
วันนี้ขอพักไว้เท่านี้ก่อน เดี๋ยวไว้มาทำต่อกัน
ป้ายกำกับ:
วาดเส้น
ตำแหน่ง:
แขวง คันนายาว แขวง คันนายาว
วันเสาร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2556
เกริ่นนำ "Free art tutor"
"Free art tutor"
อันที่จริงปัจจัยที่จะทำให้สอบติดมันก็มีหลายอย่างด้วยกัน ทั้งความตั้งใจ ความขยัน ขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติม ทั้งหมดนี้มันอยู่ที่ความพยายามของตัวเราเองเป็นหลัก ศิลปะเป็นงานสร้างสรรค์ที่อาศัยฝีมือ ซึ่งสามารถฝึกฝนได้ ถือเป็นทักษะอย่างหนึ่งที่เมื่อทำบ่อยๆก็จะเกิดความชำนาญ ศิลปะเน้นการปฏิบัติงานเป็นหลัก ต้องลงมือทำจริงถึงจะเป็น ดังนั้นการสอบติดศิลปะก็ขึ้นอยู่กับมือเราแล้ว มิใช่มือใคร
การฝึกฝนทักษะทางศิลปะเพื่อเตรียมตัวสอบเข้านั้นสามารถทำได้ด้วยตนเอง หากมุ่งมั่นตั้งใจ ก็จะสอบติดอย่างแน่นอน โดยทั้งนี้ต้องรู้จักขวนขวายหาข้อมูลจากผู้รู้ด้วย การที่เรารู้โจทย์ รู้เทคนิคและกฏกติกาของการสอบ ก็จะทำให้เรามีแนวทางในการฝึกและมีโอกาสสอบติดมากยิ่งขึ้น ทีนี้เห็นรึยังว่าการสอบติดมันไม่ใช่เรื่องยากเลย เพียงแต่เราต้องรู้ว่าเราจะสอบอะไร ทีนี้มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเข้าเรียนศิลปะด้านใด คณะอะไร มหาวิทยาลัยไหน เพื่ออะไร คำสุดท้ายนี้แหละที่สำคัญที่สุดคือ "เราเรียนศิลปะไปเพื่ออะไร" ถ้าน้องตอบใจตัวเองได้แล้ว น้องก็จะรู้ว่าน้องต้องทำอะไรต่อไป
ทีนี้เราต้องดูตัวเราเองก่อนว่าเราเป็นใคร มีความสนใจด้านไหน ถนัดอะไร บางคนอาจจะตอบตัวเองได้ไวก็ดีไป แต่บางคนอาจจะยังตอบตัวเองไม่ได้ก็ต้องค้นหา โดยลองทำกิจกรรมดู แล้วก็ดูว่าเราทำแล้วรู้สึกยังไง ชอบไม่ชอบ ดีมั้ย แล้วถนัดหรือทำได้ดีหรือเปล่า โดยปกติหากเราทำอะไรได้ดี หรือถนัด เราก็จะชอบสิ่งนั้นโดยปริยาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องระวัง ระวังว่าเราชอบใจในคำชม หรือเราพอใจที่เราได้ทำงานๆนั้นจริงๆ ซึ่งมันควรจะเป็นอย่างหลัง เพราะหากเราชอบใจในคำชมความรู้สึกนั้นๆมันก็จะไม่ยั่งยืน เช่น หากน้องวาดรูปได้แล้วมีคนมาชมว่าน้องวาดสวย น้องก็เลยรู้สึกดี น้องก็เลยคิดว่าน้องอยากเรียนศิลปะเพราะน้องอยากเป็นศิลปิน แต่ปรากฏว่าพอมาเรียนแล้วมีคนมาบอกว่างานที่น้องวาดยังไม่ดี ต้องแก้โน่นแก้นี่แล้วน้องก็ไม่อยากวาดแล้ว อย่างนี้จะลำบาก ดังนั้นเวลาน้องทดลองทำกิจกรรมอะไรให้เอาความรู้สึกของเราไปจับที่งาน จับความรู้สึกในขณะที่ทำงานว่ามีความสุข พอใจหรือไม่ โดยไม่ได้ให้น้ำหนักที่คำชมมาก ในช่วงม.ปลายนี้ลองทำกิจกรรมให้หลากหลายจะได้ค้นหาตัวเองดู อาจมีหลายมุมที่เรายังไม่เคยรู้จักตัวเองก็ได้
เมื่อเรารู้จักตัวเองแล้วเราก็จะเริ่มเห็นปลายทางลางๆแล้ว เช่นว่าเราถนัดวาดรูปนะ เราน่าจะเป็นอะไร ทำอะไรได้บ้าง บางคนอาจจะถนัดออกแบบเพราะลองช่วยเพื่อนทำหนังสือรุ่นมาแล้วรู้สึกดี บางคนอาจจะปั้นเก่ง ชอบปั้นดินน้ำมัน หรือบางคนชอบวาดตึก สนใจวิธีการสร้างบ้าน เราก็เริ่มสังเกตุว่าทักษะที่เราพอมี กับความสนใจตรงนี้ มันจะต่อยอดเป็นอาชีพอะไรได้บ้าง เพื่อให้ภาพปลายทางมันชัดเจนยิ่งขึ้นน้องๆก็ต้องลองตามหาต้นแบบดู ตามหาไอดอลของเรา ไอดอลคือบุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิต เรารู้สึกชอบ ชื่นชมในตัวเขาและอยากจะประสบความสำเร็จเช่นเขาบ้าง เราจึงเรียนรู้วิถีการดำเนินชีวิตอย่างเขาเหล่านั้น เช่นว่า เราชื่นชอบอาจารย์เฉลิมชัย อาจารย์เป็นศิลปิน เราก็มุ่งตรงเข้าคณะจิตรกรรมเลย แต่หากไม่ชัดมากแค่พอรู้ว่าชอบด้านไหนก็ลองแยกย่อยลงไปให้ละเอียดดู เช่นชอบกราฟฟิก กราฟฟิกอะไร คอมฯหรือ ภาพพิมพ์ ถ้าเป็นคอมฯนี่ ภาพนิ่งหรือเคลื่อนไหว 2 มิติ หรือ 3 มิต หรือชอบออกแบบเวปไซต์ หรือสื่อสิ่งพิมพ์ ที่ต้องถามแยกย่อยขนาดนี้ก็เพื่อความชัดเจนว่าเราต้องเรียนต่อทางด้านไหน จึงจะเป็นในสิ่งที่ต้องการได้
พอได้คำตอบชัดเจนแล้วว่า "ฉันจะเป็นอะไร" ก็เก็บไว้ในใจ หรือจดไว้ก็ได้ เรียงลำดับหากมีหลายอย่าง แล้วเราก็ไปหาข้อมูลกันว่าคณะที่เราสนใจมันมีอะไรบ้าง หาให้เยอะที่สุดเท่าที่ทำได้ ไม่ควรเจาะจงว่าจะต้องเข้าแต่สถาบันดังๆเท่านั้น เพราะว่าถ้าไม่อย่างนั้นเราก็จะพลาดโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย
เมื่อเราได้เป้าหมายในชีวิตแล้ว และได้ข้อสรุปว่าจำเป็นต้องเข้าเรียนในคณะอะไร ของมหาวิทยาลัยไหน และสาขาใดแล้ว เราก็ตรวจสอบช่วงเวลาเปิดรับสมัครของคณะนั้น สาขาที่เราต้องการ ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยก็จะมีช่วงการเปิดรับสมัครไม่เหมือนกันซึ่งเป็นการ"รับตรง" หรือ "สอบตรง" โดยมหาวิทยาลัยเอง เราต้องคอยตรวจสอบหาข้อมูลวงในจากผู้รู้ หรือหาเอาตามเวปไซต์ของคณะก็ได้เช่นกัน ส่วนการสอบ "ส่วนกลาง" หรือ แอดมิดชั่น ที่ใช้เกรดเฉลี่ยสะสม คะแนนโอเนต แกต แพต ยื่นจะเปิดรับสมัครในช่วงเดือนเมษายน หรือเช็คในเวป http://www.cuas.or.th/index.php เมื่อได้ข้อมูลที่ต้องการแล้วเราก็เตรียมพร้อมสำหรับการสอบได้เลย
ทีนี้เราก็มาหาข้อมูลกันว่า ข้อสอบในสาขาที่เราจะสอบเข้าเค้ามีกฏกติกาอะไรบ้าง สอบอะไรบ้าง โดยส่วนใหญ่แล้วก็จะแบ่งออกเป็นข้อสอบภาคทฤษฎี กับข้อสอบปฏิบัติ
ข้อสอบภาคทฤษฏี จะมีวิชาทั่วไป เช่น วิทย์ - คณิต ภาษา-สังคม และ ความรู้ทั่วไปทางศิลปะ ส่วนข้อสอบปฏิบัติจะมีวิชาวาดเส้น และวิชาเฉพาะของสาขานั้นๆ เช่น ออกแบบ สร้างสรรค์ หรือองค์ประกอบศิลป์
เมื่อรู้ข้อสอบแล้วก็ลองหาโจทย์เก่าๆย้อนหลังมาทำดู โดยส่วนใหญ่แล้วข้อสอบทางศิลปะโจทย์ก็จะไม่ได้ลึกลับซับซ้อนอะไร คือบอกให้รู้ๆกันไปเลยว่าต้องทำอะไรบ้าง แต่ถึงรู้ก็ใช่ว่าจะตอบถูกเพราะการจะตอบโจทย์ได้เราต้องปฏิบัติ เราต้องวาดรูปนี่น่ะซี่ ถ้าหากว่ารู้โจทย์แล้ววาดไม่ได้ก็สอบไม่ติดไงล่ะ เช่นสมมุติว่าโจทย์ออกมาให้วาดมือ ภายในเวลาสามชั่วโมง หรือมือถือกล่องนม หรือม่าม่าแกะห่อแล้วเห็นซองมันๆ จะวาดได้หรือไม่ แล้วจะวาดได้มีคุณภาพแค่ไหน นี่แหละคือโจทย์วาดเส้น
ส่วนโจทย์สร้างสรรค์นั้นแล้วแต่ภาควิชา ต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า งานสร้างสรรค์คือสื่อ ประกอบด้วยรูปร่าง และนามธรรม ที่สามารถสื่อถึง เรื่องราว และอารมณ์ได้ เช่น หมาน้อยผู้น่าสงสาร คำนี้ประกอบด้วยเรื่องก็คือหมาน้อย เราอาจนึกถึงภาพหมาที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ ส่วนความน่าสงสารนี้คืออารมณ์ความรู้สึกเป็นนามธรรมที่จับต้องไม่ได้แต่ก็อาจเห็นได้ด้วย เราอาจนึกถึงภาพหมาตัวเล็กๆเนื้อตัวเปียกปอนมอมแมม ผอมโซเหลือแต่โครงกระดูกตาลึกโหลปูดบวมดูน่ารักแต่ก็น่าสงสาร นั่งอยู่ข้างทางเดินในเมืองหลบผู้คนสัญจรด้วยความหวาดกลัว บรรยากาศสีเทามัวและมืดครึ้ม เช่นนี้เป็นต้น เราจะสารมารถใช้ เส้น สี แสงเงา องค์ประกอบต่างๆที่ทำให้เกิดภาพเรียกว่าองค์ประกอบศิลป์มาสร้างเรื่องราวและอารมณ์ให้กับภาพ นี่หละคืองานศิลปะ
กลับเข้ามาสู่โจทย์ ทีนี้ข้อสอบก็จะกำหนดตัวใดตัวหนึ่งมาให้เรา เขาอาจกำหนดเรื่องมาให้แล้วให้เรา คิดอารมณ์เอง เช่น ให้เรื่อง"สึนามิ"มา เราก็ต้องคิดแล้วว่าเราจะให้คนดูรู้สึกยังไงกับเหตุการณ์"สึนามิ" อาจรู้สึกถึงความเศร้า หดหู่ หรือรู้สึกน่ากลัว เราก็วาดภาพให้เป็นเหตุการณ์นั้นๆที่ดูน่ากลัว ตามที่เรากำหนดให้ได้ หากผลงานที่ได้มีคุณภาพ ก็จะสอบผ่าน หรือถ้าข้อสอบกำหนดอารมณ์มาให้ เราก็ต้องคิดเรื่องราวเอง เช่น กำหนดโจทย์ว่า "ความเศร้า" เราอาจจะเห็นภาพคนร้องไห้ งานศพ ความตาย อุบัติเหตุ ฯลฯ เรื่องอะไรก็ได้แล้วแต่เราจะสร้างสรรค์ แต่คิดว่าวาดออกมาแล้วคนดูต้องเข้าใจไปกับเราด้วยว่ามันเศร้านะ ไม่ใช่วาดภาพคนร้องไห้ออกมาแล้วคนอื่นดูแล้วเข้าใจว่า คนร้องไห้ดีใจ อันนี้มันก็จะผิดโจทย์ ก็สอบไม่ผ่าน
ส่วนงานออกแบบก็คล้ายกันคือ มีรูปร่าง และอารมณ์ ต่างกันตรงที่ ภาพที่เขียนคือสิ่งของที่มีหน้าที่ใช้สอยด้วย ก็จะต้องคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอย ในมุมของผู้ใช้ ความแปลกใหม่และดึงดูดใจของหัวข้อ คือจะให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างเรื่องราว และประโยชน์ใช้สอย มากขึ้นจึงเกิดเป็นแนวความคิดในการออกแบบ หรือที่เรียกว่า "คอนเซป" ขึ้นมา เช่น โจทย์ให้ "ออกแบบห้องสมุดเคลื่อนที่สำหรับคนพิการ"อันนี้ก็ต้องดูโจทย์ว่าเขาต้องการอะไรบ้าง ส่วนใหญ่จะกำหนดสิ่งของมาให้ และก็จะรู้หน้าที่โดยทั่วๆไปของมันโดยปริยาย ทีนี้ส่วนที่เราต้องคิดเพิ่มแน่นอนก็คือเรื่องราว และอารมณ์ของห้อง นอกจากนี้เรายังอาจคิดหน้าที่หรือประโยชน์ใช้สอยของมันให้ต่างจากปกติได้บ้าง ก็จะดูน่าสนใจดี หาก ประโยชน์ใช้สอยสอดรับกับเรื่องราวและอารมณ์ ก็จะทำให้งานสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
การจะฝึกทำข้อสอบให้เกิดความเข้าใจได้อย่างถ่องแท้จนมีความมั่นในเมื่อก้าวเข้าสู่สนามสอบไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องใช้เวลามาก และความพยายาม หากน้องๆสามารถที่จะค้นพบคำตอบว่าตัวเองต้องการสิ่งใดในชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว เราก็จะมีเวลาไว้ฝึกฝีมือมาก ซึ่งก็จะทำให้เรามีโอกาสสอบติดในเวลาอันสั้นมากเท่านั้น ทีนี้พวกเราก็เริ่มตัดสินใจได้แล้วว่าเรากำลังจะทำอะไรในชีวิตต่อไปดี
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






























.jpg)